คู่มือสีกันไฟ intumescent coating สำหรับเหล็กโครงสร้าง: หลักการพองตัวเป็นฉนวน, fire-resistance rating 30-120 นาที, มาตรฐาน EN 13381-8 / ASTM E119 / UL 263, section factor (Hp/A) กับ DFT, cellulosic vs hydrocarbon และข้อกำหนดอาคารในไทย
เหล็กโครงสร้างแข็งแรงที่อุณหภูมิห้อง แต่เมื่อเกิดไฟไหม้ เหล็กจะ สูญเสียกำลังราว 50% ที่ ~550°C และอ่อนตัวจนโครงสร้างถล่มได้ในไม่กี่นาที — นี่คือเหตุผลที่กฎหมายควบคุมอาคารกำหนด อัตราการทนไฟ (fire-resistance rating) ให้โครงสร้างหลัก เพื่อให้คนมีเวลาหนีและเจ้าหน้าที่เข้าดับเพลิง
สีกันไฟ intumescent คือวิธี passive fire protection ที่นิยมที่สุดสำหรับเหล็กเปลือย เพราะบาง สวย และทาตามรูปทรงเหล็กได้ บทความนี้อธิบายหลักการ มาตรฐาน และการเลือกความหนาให้ถูกต้อง
1. หลักการ — สีบางที่พองเป็นฉนวน
สี intumescent เป็นฟิล์มบาง (วัดเป็น micron) ที่เมื่อโดนความร้อนสูงจะเกิดปฏิกิริยาเคมี พองตัว (intumesce) ขยายหลายสิบเท่ากลายเป็นชั้น char (ถ่านพรุน) ที่เป็นฉนวน:
- หน่วงความร้อนไม่ให้เหล็กถึง อุณหภูมิวิกฤต (มัก ~550°C) ภายในเวลาที่กำหนด
- ให้ rating เป็นนาที: 30 / 60 / 90 / 120 / 180 นาที
- บางและเก็บรูปทรงเหล็ก ต่างจาก board หรือ spray cementitious (vermiculite) ที่หนา/หนัก
2. มาตรฐานทดสอบและรับรอง
| มาตรฐาน | ใช้ทำอะไร |
|---|---|
| EN 13381-8 | วิธีประเมิน contribution ของสี reactive ต่อ fire resistance ของเหล็ก |
| ASTM E119 / UL 263 | วิธีทดสอบไฟอาคาร (อเมริกา) — cellulosic curve |
| BS 476 / EN 1363 | วิธีทดสอบไฟ (UK/EU) |
| AS 1530.4 | วิธีทดสอบไฟ (ออสเตรเลีย) |
| กฎกระทรวง (ไทย) | กำหนดอัตราการทนไฟโครงสร้างตามประเภทอาคาร |
งานในไทยมักอ้างผลทดสอบ EN 13381-8 หรือ UL/ASTM + ระบุนาทีตามกฎกระทรวง และให้วิศวกร/ผู้เชี่ยวชาญรับรอง
3. หัวใจ — DFT ขึ้นกับ Section Factor
flowchart TD A[เหล็กโครงสร้าง] --> B[คำนวณ section factor Hp/A
ต่อหน้าตัด] A --> C[กำหนด rating ที่ต้องการ
30-120 นาที กฎกระทรวง] B --> D[เปิด loading table ผู้ผลิต
EN 13381-8] C --> D D --> E[ได้ค่า DFT ต้องการ
ต่อชิ้น] E --> F[เลือก fire curve
cellulosic vs hydrocarbon] F --> G[ทา + ตรวจ DFT จริงทุกชิ้น
+ topcoat ถ้าต้องการ]
DFT (dry film thickness) ไม่ใช่ค่าคงที่:
- Section factor (Hp/A) = อัตราส่วนเส้นรอบรูปที่โดนไฟ / พื้นที่หน้าตัด — ยิ่งสูง (เหล็กบาง) ยิ่งร้อนเร็ว ต้องการ DFT มากขึ้น
- ผู้ผลิตมี loading table จากผลทดสอบ EN 13381-8 ให้เลือก DFT ตาม section factor + นาที
- ต้องตรวจ DFT จริงหน้างานทุกชิ้น — ทาบางเกิน = ไม่ผ่าน rating
4. เลือก fire curve ให้ตรงความเสี่ยง
- Cellulosic fire (ASTM E119/EN 1363) — ไฟจากวัสดุในอาคารทั่วไป → อาคารสำนักงาน/คลัง/โรงงานทั่วไป
- Hydrocarbon fire — ไฟจากเชื้อเพลิงปิโตรเลียม ร้อนเร็ว/แรงกว่ามาก → โรงกลั่น/ปิโตรเคมี/offshore ต้องใช้สี intumescent เกรด hydrocarbon โดยเฉพาะ
เลือกผิด curve = ป้องกันไม่ได้จริงในเหตุการณ์ของอาคารนั้น
5. Checklist สเปกงานสีกันไฟ
- ระบุ rating (นาที) ตามกฎกระทรวง/ประเภทอาคาร
- เลือก fire curve (cellulosic vs hydrocarbon)
- คำนวณ section factor ต่อหน้าตัด → กำหนด DFT จาก loading table
- เตรียมผิว + primer ที่ compatible กับสี intumescent
- ตรวจ DFT จริงทุกชิ้น + เก็บผลทดสอบ/cert สำหรับตรวจรับ
เราจัดหาและประสานงานระบบ สีกันไฟ intumescent สำหรับเหล็กโครงสร้าง พร้อมคำนวณ section factor → DFT ตาม loading table (EN 13381-8), เลือก fire curve ให้ตรงประเภทอาคาร, primer compatible และตรวจ DFT จริงพร้อมผลทดสอบสำหรับการตรวจรับและขออนุญาต
ปรึกษาทีมวิศวกรเพื่อวางระบบ passive fire protection ให้ผ่านข้อกำหนด — โทร 02-096-2118 หรือ LINE OA @406rrgvm
Summary
- เหล็กเสียกำลัง ~50% ที่ ~550°C → กฎหมายกำหนด fire-resistance rating ให้โครงสร้าง
- Intumescent = สีบางที่พองเป็นชั้น char ฉนวน หน่วงความร้อน ให้ rating 30-120 นาที
- มาตรฐาน: EN 13381-8 (ประเมิน) + ASTM E119/UL 263 (ทดสอบ)
- DFT ขึ้นกับ section factor (Hp/A) + นาที จาก loading table ผู้ผลิต — ต้องตรวจจริงทุกชิ้น
- เลือก cellulosic vs hydrocarbon curve ให้ตรงความเสี่ยงอาคาร
สีกันไฟไม่ใช่ "สีทาเล่นๆ" แต่คือระบบวิศวกรรมที่คำนวณ DFT ต่อชิ้น และต้องตรวจรับด้วยผลทดสอบ
รับเอกสารสรุปหัวข้อนี้เป็น PDF
บทสรุป + หัวข้อครบ + มาตรฐานอ้างอิง มีโลโก้ Saha แนบ memo/TOR ได้ทันที — ส่งเข้าอีเมลให้ด้วย
อ่านแล้วมีคำถาม? ให้วิศวกรช่วย
บอกสิ่งที่อยากรู้สั้นๆ — วิศวกรสหวัฒนกิจช่วยเลือกสเปกที่เหมาะ พร้อมใบเสนอราคาจริง ไม่มีค่าบริการ
ต้องการให้ทีมช่วยเหลือเรื่องนี้?
ทีมงานรับเสนอราคา + จัดส่ง + ติดตั้งครบวงจรในหัวข้อที่บทความนี้พูดถึง — ใบเสนอราคาฟรี ภายใน 2 ชั่วโมง
คำถามที่พบบ่อย
1เหล็กโครงสร้างต้องทาสีกันไฟด้วยหรือ?
+
2สีกันไฟ intumescent ทำงานอย่างไร?
+
3ความหนาสีกันไฟ (DFT) กำหนดอย่างไร?
+
4cellulosic fire กับ hydrocarbon fire ต่างกันอย่างไร?
+
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
ตรวจหารูเข็มในงานสี (Holiday/Pinhole Detection) — Wet Sponge vs High-Voltage Spark ตาม NACE/AMPP SP0188 & ASTM D5162
คู่มือตรวจหา holiday/pinhole (รูเข็มที่ตามองไม่เห็น) ในฟิล์มสีกันสนิม: เลือกวิธี low-voltage wet sponge (ฟิล์มบาง < 500 µm) vs high-voltage spark/DC (ฟิล์มหนา > 500 µm) ตาม NACE/AMPP SP0188, SP0490 และ ASTM D5162 — การตั้งแรงดันตาม DFT (ต่ำไปไม่เจอ สูงไปเผาสี), งานที่ต้องตรวจ (ถัง/ท่อ/งานแช่/marine), การ mark-ซ่อม-ตรวจซ้ำ และสิ่งที่ TOR ต้องระบุ
ผู้ตรวจสอบงานสี NACE/AMPP CIP vs FROSIO — ใครต้องมี cert, ระดับ Level 1/2/3 และข้อกำหนดใน TOR งานราชการ
เปรียบเทียบใบรับรองผู้ตรวจสอบงานสีกันสนิม 2 ระบบหลัก: NACE/AMPP CIP (Coating Inspector Program — Level 1/2/3 หลัง NACE ควบรวมเป็น AMPP ปี 2021) vs FROSIO (ระบบนอร์เวย์ — competence level I/II/III) — แต่ละระดับทำอะไรได้, งานแบบไหนต้องใช้ inspector ระดับไหน, การยอมรับในไทย/ต่างประเทศ และสิ่งที่ TOR ต้องระบุ (level, independence, hold point, รายงาน) เพื่อให้ตรวจรับงานสีได้จริง
เงื่อนไขสภาพแวดล้อมก่อนทาสี — กฎผิว 'สูงกว่าจุดน้ำค้าง 3°C', RH < 85% ตาม ISO 8502-4 & ISO 12944-7
คู่มือเงื่อนไขสภาพแวดล้อมขณะทาสีกันสนิม: กฎผิวเหล็กต้องสูงกว่าจุดน้ำค้าง (dew point) อย่างน้อย 3°C, ความชื้นสัมพัทธ์ RH < 85% (ตาม TDS), อุณหภูมิผิวในช่วงที่สีกำหนด — วิธีวัด 4 ค่า (air temp, RH, dew point, surface temp) ตาม ISO 8502-4, ISO 12944-7 ทำไมทาตอนชื้น/ใกล้จุดน้ำค้างทำให้สีลอก-พอง-flash rust และสิ่งที่ TOR ต้องระบุสำหรับอากาศชื้นแบบไทย
ระบบสีกันสนิมเหล็กตาม ISO 12944 — เลือก corrosivity C2–CX, durability และชั้นสี primer/intermediate/topcoat สำหรับงานไทย
คู่มือเลือกระบบสีกันสนิมเหล็กโครงสร้างตาม ISO 12944: หมวด corrosivity C1–C5/CX (ฉบับ 2017/2018), durability range L/M/H/VH, การจับคู่ระบบสี zinc-rich primer + epoxy MIO + PU topcoat กับความหนา DFT ต่อหมวด, การ map สภาพแวดล้อมไทย (โรงงานเมือง vs ชายฝั่ง Map Ta Phut/Laem Chabang) และจุดที่ TOR มักระบุผิด
