Sahawatthanakit (1988) Co., Ltd.
SAHAWATTHANAKIT(1988) · Make It Smart
กลับไปดูบทความทั้งหมด
Sahawatthanakit (1988) Engineering Team8 นาที

พื้นโรงงาน Epoxy vs Polyurethane vs PU-Cement — เลือกระบบเคลือบพื้นตาม EN 13813 สำหรับโรงงานในไทย

เปรียบเทียบระบบเคลือบพื้นอุตสาหกรรม: epoxy, polyurethane (PU), และ PU-cement (urethane concrete) — ทนเคมี ทนขัดสี ทน thermal shock, มาตรฐาน EN 13813, การเลือกสำหรับโรงงานอาหาร/เครื่องดื่ม/เคมีในไทย และความหนาที่เหมาะกับงาน

paintflooringepoxy-floorpu-cementen-13813food-factorythailand
พื้นเคลือบ epoxy และ PU-cement ในโรงงานอุตสาหกรรม

Photo by Unsplash

สรุป (TL;DR)

เปรียบเทียบระบบเคลือบพื้นอุตสาหกรรม: epoxy, polyurethane (PU), และ PU-cement (urethane concrete) — ทนเคมี ทนขัดสี ทน thermal shock, มาตรฐาน EN 13813, การเลือกสำหรับโรงงานอาหาร/เครื่องดื่ม/เคมีในไทย และความหนาที่เหมาะกับงาน

พื้นโรงงานคือพื้นผิวที่รับน้ำหนัก รถ forklift สารเคมี การล้าง และการเสียดสีทุกวัน — พื้นคอนกรีตเปล่าจะเป็นฝุ่น แตกร้าว ดูดซับน้ำมัน/เชื้อ และล้างไม่ออก ระบบเคลือบพื้น (floor coating) แก้ปัญหาเหล่านี้ แต่ต้องเลือกระบบให้ตรงงาน ไม่งั้นลอกล่อนใน 1-2 ปี

สามระบบหลักที่ใช้ในอุตสาหกรรม — epoxy, polyurethane (PU), และ PU-cement — แตกต่างกันชัดเจน บทความนี้เทียบให้ตามมาตรฐาน EN 13813 และการใช้งานจริงในไทย


1. สามระบบหลัก — ต่างกันที่ไหน

คุณสมบัติ Epoxy Polyurethane (PU) PU-Cement
ความแข็ง/ทนขัดสี แข็ง ดี ยืดหยุ่น ทนขีดข่วน แข็งแกร่งสุด
ทน thermal shock ต่ำ (เปราะ) ปานกลาง สูง (~130°C, ล้างไอน้ำ)
ทนเคมี/กรด ดี ดี ดีมาก
ความหนาทั่วไป 0.3-3 มม. 0.5-3 มม. 4-9 มม.
ทน UV เหลือง/ชอล์ก ดี ดี
ราคา ประหยัดสุด กลาง สูงสุด
เหมาะกับ คลัง, โรงงานแห้ง พื้นที่อุณหภูมิแกว่ง อาหาร/เครื่องดื่ม/เปียก-ร้อน

Epoxy — แข็ง เรียบ ทนเคมี ราคาดี แต่เปราะและไม่ทน thermal shock (น้ำร้อนลวกทำให้แตก/ล่อน). PU — ยืดหยุ่นกว่า ทน UV และอุณหภูมิแกว่งดีกว่า epoxy. PU-cement (urethane concrete) — แข็งแกร่งสุด ทน thermal shock จากการล้างน้ำร้อน/ไอน้ำ ทนกรดอาหาร เหมาะโรงงานอาหารที่สุด


2. มาตรฐาน EN 13813 — อ่านสเปกพื้นให้เป็น

ระบบเคลือบพื้นเรซินจัดตาม EN 13813 ด้วยรหัส class เช่น CT-C50-F10-AR0.5:

  • C = compressive strength (กำลังอัด, เช่น C50 = 50 MPa)
  • F = flexural strength (กำลังดัด, เช่น F10)
  • AR = abrasion resistance (ทนขัดสี — เลขยิ่งต่ำยิ่งทน, เช่น AR0.5)

เทียบกับ ASTM: ทนขัดสีวัดด้วย ASTM D4060 (Taber), ทนเคมี/กำลังด้วย ASTM C579 เลือก class ให้ตรงโหลดจริง (รถหนัก = ต้องการ C/AR สูง)


3. เลือกอย่างไร

flowchart TD
  A[พื้นโรงงาน] --> B{มีน้ำร้อน/ไอน้ำ/
ล้างบ่อย thermal shock?} B -->|ใช่ - อาหาร/เครื่องดื่ม| C[PU-Cement 6-9 มม.
+ cove ขอบผนัง HACCP] B -->|ไม่| D{อุณหภูมิแกว่ง
หรือโดน UV?} D -->|ใช่| E[Polyurethane PU] D -->|ไม่ - แห้ง ในร่ม| F{รถ forklift หนัก?} F -->|ใช่| G[Epoxy self-leveling 2-3 มม.] F -->|ไม่| H[Epoxy coating 0.3-1 มม.] C --> I[วัดความชื้นคอนกรีต
+ shot-blast เตรียมผิว] E --> I G --> I H --> I

สรุปการเลือก:

  • อาหาร/เครื่องดื่ม/เปียก-ร้อน → PU-cement
  • อุณหภูมิแกว่ง/โดนแดด → PU
  • คลัง/แห้ง/รถหนัก → epoxy self-leveling
  • งานทั่วไปประหยัด → epoxy coating

4. จุดที่มักพลาด (ทำให้พื้นลอก)

  1. ไม่วัดความชื้นคอนกรีต — ความชื้นดันพื้นล่อน ต้องวัด + มี vapor barrier ถ้าสูง
  2. เตรียมผิวไม่ดี — ต้อง shot-blast/grind เปิดรูพรุน ไม่ใช่แค่กวาด
  3. คอนกรีตยังไม่บ่มครบ 28 วัน — ความชื้น/ปูนยังไม่นิ่ง
  4. เลือกระบบผิดงาน — epoxy ในโซนล้างน้ำร้อน = แตกแน่
  5. ความหนาไม่พอ สำหรับโหลด/thermal shock จริง

5. Checklist ก่อนสั่งงานเคลือบพื้น

  1. ระบุการใช้งานจริง — แห้ง/เปียก, อุณหภูมิ, เคมี, น้ำหนักรถ
  2. เลือกระบบ + EN 13813 class ให้ตรงโหลด
  3. กำหนดความหนา ตามงาน (อย่าตัดราคาด้วยการลดความหนา)
  4. ระบุการเตรียมผิว (shot-blast) + วัดความชื้นคอนกรีต
  5. อาหาร: ทำ cove ขอบผนัง + seamless ตาม HACCP

เราจัดหาและประสานงานติดตั้ง ระบบเคลือบพื้นอุตสาหกรรม ครบทั้ง epoxy, PU และ PU-cement ตาม EN 13813 — พร้อมคำแนะนำเลือกระบบให้ตรงโซนงาน (โซนแห้ง/เปียก/อาหาร), การเตรียมผิว และความหนาที่เหมาะกับน้ำหนักรถและ thermal shock จริง

ปรึกษาทีมวิศวกรเพื่อวางระบบพื้นโรงงานให้คุ้มและทนยาว — โทร 02-096-2118 หรือ LINE OA @406rrgvm


Summary

  • Epoxy = แข็ง ทนเคมี ราคาดี แต่เปราะ ไม่ทน thermal shock → คลัง/พื้นแห้ง
  • PU = ยืดหยุ่น ทน UV/อุณหภูมิแกว่ง → พื้นที่อุณหภูมิเปลี่ยน
  • PU-cement = แข็งแกร่งสุด ทน thermal shock ~130°C → โรงงานอาหาร/เครื่องดื่ม/เปียก-ร้อน
  • อ่านสเปกด้วย EN 13813 class (C/F/AR) ให้ตรงโหลด
  • จุดแพ้-ชนะ = วัดความชื้น + เตรียมผิว (shot-blast) ไม่ใช่แค่เลือกเรซิน

เลือกระบบให้ตรงโซนงาน = พื้นทน 10-15 ปี ไม่ใช่ลอกล่อนใน 1-2 ปี

แชร์:LINEFacebook
ดาวน์โหลดฟรี · ไม่ต้องรับสายขาย

รับเอกสารสรุปหัวข้อนี้เป็น PDF

บทสรุป + หัวข้อครบ + มาตรฐานอ้างอิง มีโลโก้ Saha แนบ memo/TOR ได้ทันที — ส่งเข้าอีเมลให้ด้วย

ใช้อีเมลเพื่อส่งเอกสาร + ติดต่อจากทีม Saha เท่านั้น · ไม่ส่งต่อบุคคลที่สาม

ปรึกษาฟรี · ใบเสนอราคาจริงภายใน 2 ชั่วโมง

อ่านแล้วมีคำถาม? ให้วิศวกรช่วย

บอกสิ่งที่อยากรู้สั้นๆ — วิศวกรสหวัฒนกิจช่วยเลือกสเปกที่เหมาะ พร้อมใบเสนอราคาจริง ไม่มีค่าบริการ

หรือติดต่อตรง:02-096-2118LINE: @406rrgvm
บริการที่เกี่ยวข้อง

ต้องการให้ทีมช่วยเหลือเรื่องนี้?

ทีมงานรับเสนอราคา + จัดส่ง + ติดตั้งครบวงจรในหัวข้อที่บทความนี้พูดถึง — ใบเสนอราคาฟรี ภายใน 2 ชั่วโมง

คำถามที่พบบ่อย

1

พื้น epoxy กับ PU-cement ต่างกันอย่างไร เลือกอันไหน?

+
Epoxy = แข็ง เรียบ ทนเคมีดี ราคาประหยัด เหมาะพื้นแห้ง คลังสินค้า โรงงานทั่วไป แต่เปราะและไม่ทน thermal shock. PU-cement (urethane concrete) = เหนียว ทน thermal shock ได้ถึง ~130°C ทนเคมี/กรด/ด่าง และล้างไอน้ำได้ เหมาะโรงงานอาหาร/เครื่องดื่มที่มีน้ำร้อน ความชื้น และ CIP cleaning. PU (polyurethane) ปกติ = ยืดหยุ่นกว่า epoxy ทน UV และรอยขีดข่วน เหมาะพื้นที่อุณหภูมิแกว่ง
2

โรงงานอาหารควรใช้พื้นแบบไหน?

+
โรงงานอาหาร/เครื่องดื่มที่มีน้ำ ความร้อน และล้างบ่อย แนะนำ PU-cement (urethane concrete) หนา 6-9 มม. เพราะทน thermal shock จากการล้างน้ำร้อน/ไอน้ำ, ทนกรดจากอาหาร, ไม่เป็นแหล่งสะสมแบคทีเรีย (seamless) และทำ cove (ลบมุมโค้งขอบผนัง) ให้ล้างง่ายตาม HACCP. โซนแห้งใช้ epoxy ได้เพื่อประหยัด
3

ความหนาพื้นเคลือบควรเท่าไหร่?

+
ขึ้นกับระบบและงาน: epoxy coating บาง 0.3-1 มม., epoxy self-leveling 2-3 มม., PU-cement 4-9 มม. (heavy-duty/thermal shock). งานรถ forklift หนัก + thermal shock ต้องหนาขึ้น. ต้องเลือกตาม EN 13813 class (กำลังอัด C, ดัด F, ทนขัด AR) ให้ตรงโหลดจริง
4

พื้นเคลือบลอกล่อนเพราะอะไร?

+
สาเหตุหลักคือ (1) ความชื้นในคอนกรีตสูงเกิน (ไม่ได้วัด moisture/ไม่มี vapor barrier), (2) เตรียมผิวไม่ดี (ไม่ได้ shot-blast/grind เปิดรูพรุน), (3) คอนกรีตยังบ่มไม่ครบ 28 วัน, (4) เลือกระบบผิดประเภทงาน. การเตรียมผิวและการวัดความชื้นคือจุดแพ้-ชนะของอายุพื้น

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

บทความ·10 นาที

ตรวจหารูเข็มในงานสี (Holiday/Pinhole Detection) — Wet Sponge vs High-Voltage Spark ตาม NACE/AMPP SP0188 & ASTM D5162

คู่มือตรวจหา holiday/pinhole (รูเข็มที่ตามองไม่เห็น) ในฟิล์มสีกันสนิม: เลือกวิธี low-voltage wet sponge (ฟิล์มบาง < 500 µm) vs high-voltage spark/DC (ฟิล์มหนา > 500 µm) ตาม NACE/AMPP SP0188, SP0490 และ ASTM D5162 — การตั้งแรงดันตาม DFT (ต่ำไปไม่เจอ สูงไปเผาสี), งานที่ต้องตรวจ (ถัง/ท่อ/งานแช่/marine), การ mark-ซ่อม-ตรวจซ้ำ และสิ่งที่ TOR ต้องระบุ

อ่าน
บทความ·11 นาที

ผู้ตรวจสอบงานสี NACE/AMPP CIP vs FROSIO — ใครต้องมี cert, ระดับ Level 1/2/3 และข้อกำหนดใน TOR งานราชการ

เปรียบเทียบใบรับรองผู้ตรวจสอบงานสีกันสนิม 2 ระบบหลัก: NACE/AMPP CIP (Coating Inspector Program — Level 1/2/3 หลัง NACE ควบรวมเป็น AMPP ปี 2021) vs FROSIO (ระบบนอร์เวย์ — competence level I/II/III) — แต่ละระดับทำอะไรได้, งานแบบไหนต้องใช้ inspector ระดับไหน, การยอมรับในไทย/ต่างประเทศ และสิ่งที่ TOR ต้องระบุ (level, independence, hold point, รายงาน) เพื่อให้ตรวจรับงานสีได้จริง

อ่าน
บทความ·10 นาที

เงื่อนไขสภาพแวดล้อมก่อนทาสี — กฎผิว 'สูงกว่าจุดน้ำค้าง 3°C', RH < 85% ตาม ISO 8502-4 & ISO 12944-7

คู่มือเงื่อนไขสภาพแวดล้อมขณะทาสีกันสนิม: กฎผิวเหล็กต้องสูงกว่าจุดน้ำค้าง (dew point) อย่างน้อย 3°C, ความชื้นสัมพัทธ์ RH < 85% (ตาม TDS), อุณหภูมิผิวในช่วงที่สีกำหนด — วิธีวัด 4 ค่า (air temp, RH, dew point, surface temp) ตาม ISO 8502-4, ISO 12944-7 ทำไมทาตอนชื้น/ใกล้จุดน้ำค้างทำให้สีลอก-พอง-flash rust และสิ่งที่ TOR ต้องระบุสำหรับอากาศชื้นแบบไทย

อ่าน
บทความ·11 นาที

ระบบสีกันสนิมเหล็กตาม ISO 12944 — เลือก corrosivity C2–CX, durability และชั้นสี primer/intermediate/topcoat สำหรับงานไทย

คู่มือเลือกระบบสีกันสนิมเหล็กโครงสร้างตาม ISO 12944: หมวด corrosivity C1–C5/CX (ฉบับ 2017/2018), durability range L/M/H/VH, การจับคู่ระบบสี zinc-rich primer + epoxy MIO + PU topcoat กับความหนา DFT ต่อหมวด, การ map สภาพแวดล้อมไทย (โรงงานเมือง vs ชายฝั่ง Map Ta Phut/Laem Chabang) และจุดที่ TOR มักระบุผิด

อ่าน