Sahawatthanakit (1988) Co., Ltd.
SAHAWATTHANAKIT(1988) · Make It Smart
กลับไปดูบทความทั้งหมด
Sahawatthanakit (1988) Engineering Team

ห้องเย็นโรงงาน (Cold Room / Cold Storage): เลือก Chiller vs Freezer vs Blast Freezer + สารทำความเย็น + คำนวณ Cooling Load + มาตรฐาน EN 378/TIS สำหรับโรงงานอาหาร–ยา–โลจิสติกส์ไทย

คู่มือผู้ซื้อห้องเย็นอุตสาหกรรม: แยกประเภท chiller (+2 ถึง +8°C) / freezer (−18 ถึง −25°C) / blast freezer → คำนวณ cooling load จริงก่อนเลือกเครื่อง → เปรียบเทียบสารทำความเย็น R-449A/R-448A/R-290/R-744/NH3 → เลือกความหนาฉนวน PIR → checklist ถามผู้รับเหมา + มาตรฐาน EN 378/ISO 5149/GDP/HACCP สำหรับโรงงานในไทย

ห้องเย็นCold RoomCold StorageChiller RoomFreezer RoomBlast Freezerสารทำความเย็นR-449AR-448AR-290R-744แอมโมเนียCooling LoadCold ChainPIR PanelEN 378GDPHACCP
ห้องเย็นอุตสาหกรรมพร้อม evaporator และ PIR sandwich panel สำหรับโรงงานอาหารและยาในไทย

Photo by Unsplash

สรุป (TL;DR)

คู่มือผู้ซื้อห้องเย็นอุตสาหกรรม: แยกประเภท chiller (+2 ถึง +8°C) / freezer (−18 ถึง −25°C) / blast freezer → คำนวณ cooling load จริงก่อนเลือกเครื่อง → เปรียบเทียบสารทำความเย็น R-449A/R-448A/R-290/R-744/NH3 → เลือกความหนาฉนวน PIR → checklist ถามผู้รับเหมา + มาตรฐาน EN 378/ISO 5149/GDP/HACCP สำหรับโรงงานในไทย

ห้องเย็นสร้างเสร็จแล้วแต่อุณหภูมิไม่ลงถึงเป้า — ค่าไฟต่อเดือนสูงกว่าที่คิด 40% — ผนังเป็นหยดน้ำและน้ำแข็งเกาะ — compressor เดินตลอดไม่ตัด เหล่านี้ไม่ใช่ "เครื่องไม่ดี" เกือบทุกครั้งสาเหตุคือ ห้องเย็นถูก spec ผิดตั้งแต่ต้น: เลือกประเภทผิด คำนวณ cooling load ต่ำไป เลือกสารทำความเย็นไม่ตรงช่วงอุณหภูมิ หรือฉนวนบางเกินไป

ห้องเย็นคืองานลงทุนหลักล้าน และแก้ทีหลังแพงกว่าทำให้ถูกตั้งแต่แรกมาก บทความนี้เขียนสำหรับผู้ที่ต้องตัดสินใจสร้างหรืออัพเกรดห้องเย็นโรงงาน: แยกประเภทห้องให้ถูก → คำนวณ cooling load จริง → เลือกสารทำความเย็นตามช่วงอุณหภูมิและ GWP → เลือกความหนาฉนวน → มี checklist ถามผู้รับเหมาก่อนเซ็นสัญญา

บทความนี้เน้น ห้องเย็น/คลังเย็น (room/warehouse) สำหรับเก็บสินค้า สำหรับการเลือกระบบและน้ำยาของ เครื่อง Freeze Dryer / Lyophilizer โดยเฉพาะ อ่านได้ที่ เลือกระบบทำความเย็นและน้ำยาสำหรับ Freeze Dryer และสำหรับงานเย็นจัดระดับ ULT (−70°C ลงไป) อ่าน Retrofit สารทำความเย็น VLT/ULT

1. ห้องเย็น 3 ประเภท — เลือกผิดประเภท = ผิดทั้งระบบ

ก่อนคุยเรื่องเครื่องหรือน้ำยา ต้องตอบให้ชัดก่อนว่าห้องที่ต้องการเป็นประเภทไหน เพราะมันกำหนดทุกอย่างที่ตามมา

ประเภท ช่วงอุณหภูมิ หน้าที่ ตัวอย่างสินค้า สารทำความเย็นทั่วไป
Chiller / ห้องเย็นธรรมดา (Medium Temp) +2 ถึง +8°C เก็บของสด ชะลอการเสื่อม ผัก ผลไม้ นม เนื้อสด ยา/วัคซีน R-449A, R-448A, R-134a
Freezer / ห้องแช่แข็ง (Low Temp) −18 ถึง −25°C เก็บอาหารแช่แข็งระยะยาว อาหารทะเล เนื้อแช่แข็ง ไอศกรีม R-449A, R-448A, R-744, NH3
Blast Freezer / Blast Chiller อากาศ −35 ถึง −40°C ลด อุณหภูมิแกนสินค้าให้ผ่านเร็ว freeze สด → −18°C ใน 2–4 ชม. R-744, NH3, R-449A

จุดที่สับสนบ่อย: Blast freezer ไม่ใช่ห้องเก็บ แต่เป็นเครื่อง "ลดอุณหภูมิ" สินค้าให้ผ่านโซน −1 ถึง −5°C (โซนที่ผลึกน้ำแข็งโตและทำลายเนื้อสินค้า) ให้เร็วที่สุด แล้วจึงย้ายไปเก็บใน freezer room ปกติ ถ้าเอา blast มาทำหน้าที่เก็บระยะยาวจะเปลือง energy มหาศาล และถ้าใช้ freezer ธรรมดามาแช่ของร้อน อุณหภูมิห้องจะเด้งขึ้นกระทบสินค้าอื่นทั้งห้อง

2. Cooling Load — เริ่มจากตรงนี้เสมอ ก่อนเลือกเครื่อง

ความผิดพลาดที่แพงที่สุดคือเลือกขนาด compressor จาก "ปริมาตรห้อง" หรือสูตรนิ้วโป้งอย่างเดียว ขนาดเครื่องที่ถูกต้องมาจาก cooling load (heat load) ซึ่งคือผลรวมความร้อนที่ต้องดึงออกจากห้องต่อชั่วโมง ประกอบด้วย 4 ส่วนหลัก:

Q_total = Q_transmission + Q_product + Q_infiltration + Q_internal (แล้วบวก safety factor)

องค์ประกอบ ความหมาย สูตรประมาณ
Q_transmission ความร้อนซึมผ่านผนัง/หลังคา/พื้น U × A × ΔT (U จากความหนาฉนวน, ΔT = อุณหภูมิภายนอก − ภายในห้อง)
Q_product ความร้อนจากสินค้าที่ต้องลดอุณหภูมิ + ความร้อนแฝงตอนแช่แข็ง m × cp × ΔT (sensible) + m × hf (latent ถ้าแช่แข็ง)
Q_infiltration อากาศร้อนเข้าทุกครั้งที่เปิดประตู + รั่วซึม จากจำนวน air change/วัน × enthalpy difference
Q_internal ไฟ พัดลม evaporator คน รถยก มอเตอร์ รวม wattage ของอุปกรณ์ + ความร้อนคน/รถ

ตัวอย่างประมาณการ (ห้อง Freezer −20°C ขนาด 8×6×4 ม. = 192 m³):

  • Transmission: ผนัง+หลังคา+พื้นรวม ~208 m², ฉนวน PIR 125 มม. (U ≈ 0.18 W/m²·K), ΔT = 38−(−20) = 58°C → 0.18 × 208 × 58 ≈ 2.2 kW
  • Product: เนื้อแช่แข็งเข้า 3,000 kg/วัน ที่ −18°C (เข้ามาแล้ว, sensible เล็กน้อย) → ~`1.5 kW` เฉลี่ย
  • Infiltration: เปิดประตูบ่อย ~4 air change/วัน → ~`1.8 kW`
  • Internal: evaporator fan + ไฟ + รถยกบางช่วง → ~`1.5 kW`
  • รวม ≈ 7.0 kW → บวก safety + defrost 20% → เลือกเครื่องที่ ~8.4 kW (≈ 28,700 BTU/hr) ขึ้นไป

ตัวเลขนี้เป็น ประมาณการเพื่อให้เห็นภาพ — งานจริงต้องคำนวณจาก batch สินค้า ความถี่เปิดประตู และข้อมูล ambient จริง ลองประเมินขนาดน้ำยาที่ต้องชาร์จเบื้องต้นได้ที่ เครื่องคำนวณปริมาณน้ำยาแอร์ แล้วให้ทีมวิศวกรช่วยตรวจ load จริงก่อนตัดสินใจ

3. แผนผังตัดสินใจ: ช่วงอุณหภูมิ → ระบบ + สารทำความเย็น

flowchart TD
    A["กำหนดอุณหภูมิห้องเป้าหมาย
+ ขนาด cooling load (kW)"] --> B{"อุณหภูมิห้อง
เท่าไร?"} B -->|"+2 ถึง +8°C
(chiller / cold chain ยา)"| C["Medium Temp
R-449A / R-448A / R-134a
Condensing unit ธรรมดา"] B -->|"−18 ถึง −25°C
(freezer เก็บอาหารแช่แข็ง)"| D{"ขนาดงาน
ใหญ่แค่ไหน?"} B -->|"−30 ถึง −40°C
(blast freezer)"| E["Low/Blast
R-744 cascade หรือ NH3
หรือ R-449A เครื่องใหญ่"] D -->|"เล็ก–กลาง
(< ~50 kW)"| F["R-449A / R-448A
single-stage / booster"] D -->|"ใหญ่ระดับคลัง
(> ~100 kW)"| G["R-744 transcritical
หรือ NH3 (R-717)
ประสิทธิภาพสูงสุด"] C --> H["ฉนวน PIR 75–100 มม.
GDP/HACCP ตามสินค้า"] F --> I["ฉนวน PIR 100–150 มม.
+ floor heating"] G --> J["ห้องเครื่องแยก + ระบบ
ความปลอดภัยตาม EN 378"] E --> J

4. เลือกสารทำความเย็นห้องเย็น — สมดุลระหว่างช่วงอุณหภูมิ ประสิทธิภาพ GWP และความปลอดภัย

นี่คือการตัดสินใจที่กระทบทั้งค่าไฟระยะยาว ต้นทุนเครื่อง และความเสี่ยงด้านกฎหมาย (Kigali HFC phase-down)

สารทำความเย็น ชนิด GWP ช่วงใช้งาน Safety เหมาะกับ
R-449A / R-448A HFO/HFC blend ~1,390 Medium + Low A1 ทดแทน R-404A โดยตรง — ตัวเลือกหลักของห้องใหม่ขนาดเล็ก–กลางในไทย
R-404A HFC ~3,922 Medium + Low A1 เก่า GWP สูง อยู่ใน phase-down — เลี่ยงในระบบใหม่
R-134a HFC ~1,430 Medium (chiller) A1 chiller / cold chain ยา ระบบเล็ก
R-407F HFC ~1,825 Medium + Low A1 ทางเลือกทดแทน R-404A อีกตัว
R-744 (CO2) ธรรมชาติ 1 Low + Blast A1 คลังเย็นใหญ่ — transcritical/cascade ประหยัดระยะยาว แต่ในอากาศร้อนไทยต้องออกแบบ parallel compression/ejector
R-717 (แอมโมเนีย) ธรรมชาติ 0 Low + Blast B2L (พิษ) โรงงานใหญ่/ห้องเย็นอุตสาหกรรม ประสิทธิภาพสูงสุด แต่ต้องมีห้องเครื่อง + ระบบตรวจจับ + บุคลากรอบรม
R-290 (โพรเพน) ธรรมชาติ 3 Medium + Low A3 (ติดไฟ) ตู้/ห้อง self-contained ขนาดเล็ก คุมปริมาณชาร์จตาม IEC 60335-2-89 (เดิม 150 g, ปัจจุบันถึง 500 g)

แนวทางเลือก:

  • ห้องเล็ก–กลางทั่วไป (โรงงานอาหาร SME, ห้องเก็บยา): R-449A หรือ R-448A — GWP ต่ำกว่า R-404A เกือบ 3 เท่า, drop-in เกือบสมบูรณ์, ใช้น้ำมัน POE เหมือนกัน, อะไหล่หาง่ายในไทย
  • คลังเย็นขนาดใหญ่ (> 100 kW): พิจารณา R-744 (CO2) หรือ NH3 — ต้นทุนติดตั้งสูงกว่าแต่ค่าไฟระยะยาวต่ำและไม่มีความเสี่ยง HFC phase-down (อ่านเปรียบเทียบ natural refrigerant ที่ R-290/R-600a/R-744 ในไทย)
  • ห้องเก่าที่ยังใช้ R-22: ต้องวางแผนเปลี่ยน — R-22 เลิกนำเข้าแล้ว ดู คู่มือ phase-out R-22

เรื่องกฎหมายที่มองข้ามไม่ได้: R-744 และ NH3 ปริมาณชาร์จมากต้องประเมินตาม EN 378 / ISO 5149 เรื่อง charge limit ต่อพื้นที่และประเภทการเข้าถึง (occupancy) ส่วนสารติดไฟอย่าง R-290 มีเพดานปริมาณชาร์จตาม IEC 60335-2-89 — เกินกว่านั้นต้องออกแบบ secondary loop แทนการชาร์จตรง

5. ฉนวน PIR / PU Sandwich Panel — เลือกความหนาตามอุณหภูมิ

ฉนวนคือสิ่งที่กำหนด transmission load และค่าไฟตลอดอายุห้อง การประหยัดค่า panel ตอนสร้างมักแพงกว่ามากเมื่อคิดค่าไฟ 10–15 ปี

ช่วงอุณหภูมิห้อง ความหนา PIR/PU แนะนำ ค่า U ประมาณ หมายเหตุ
+2 ถึง +8°C (chiller) 75–100 มม. ~0.22–0.29 W/m²·K เพียงพอสำหรับงานเก็บของสด
−18 ถึง −25°C (freezer) 100–150 มม. ~0.15–0.22 W/m²·K ต้องมี vapor barrier + floor heating
−30 ถึง −40°C (blast / ULT) 150–200 มม. ~0.11–0.15 W/m²·K ฉนวนพื้นและ thermal break รอบประตูสำคัญมาก

ประเด็นที่ต้องระวัง:

  • ค่า k ของแกน: PIR ดีกว่า PUR เล็กน้อย (~0.022 vs 0.023 W/m·K) และทนไฟดีกว่า — ขอ spec ค่า k และ class การลามไฟ (EN 13501 / FM) จากผู้ขาย panel
  • Vapor barrier + รอยต่อ: ห้อง freezer ถ้าไอน้ำซึมเข้าไปควบแน่นในแกนฉนวน → ฉนวนเสื่อม เกิดน้ำแข็งในผนัง รอยต่อ panel และซิลิโคนต้องสมบูรณ์
  • Floor heating ในห้อง freezer: พื้นที่เย็นกว่า 0°C ต่อเนื่องจะทำให้ความชื้นในดินใต้พื้นแข็งตัวและดันพื้นแตก (frost heave) — ต้องมี heating cable หรือ ventilated void ใต้พื้น

6. มาตรฐานและการ compliance — แตกต่างตามประเภทสินค้า

ห้องเย็นไม่ใช่แค่ "เย็นถึงเป้า" แต่ต้องผ่านข้อกำหนดของสินค้าที่เก็บ

ประเภทสินค้า มาตรฐานหลัก ข้อกำหนดสำคัญ
ยา / วัคซีน (cold chain) GDP — WHO TRS 961 Annex 9 + GDP ของ อย. +2 ถึง +8°C, temperature mapping ทุกจุด, data logger ต่อเนื่อง, alarm + backup ไฟดับ, validation IQ/OQ/PQ
อาหารแช่แข็ง HACCP / GMP + Codex CXC 8 แกนสินค้า ≤ −18°C, บันทึกอุณหภูมิ, ป้องกัน cross-contamination
อาหารสด (chiller) HACCP / GMP คุมช่วง +2 ถึง +8°C, แยกโซนวัตถุดิบ/สุก
ความปลอดภัยระบบทำความเย็น EN 378 / ISO 5149 + พ.ร.บ. โรงงาน charge limit ตาม occupancy, ระบบตรวจจับรั่ว (โดยเฉพาะ NH3/CO2), ห้องเครื่อง
พลังงาน DEDE / เบอร์ 5 / MEPS ค่า COP ขั้นต่ำ, การเลือกเครื่องประหยัดไฟ

สำหรับห้องเก็บยา GDP เป็น "ต้องมี" ไม่ใช่ "ควรมี": ผู้ตรวจ อย. จะขอดูเอกสาร temperature mapping (พิสูจน์ว่ามุมบนสุดของห้องและจุดใกล้ประตูยังอยู่ใน +2 ถึง +8°C), กราฟ data logger ย้อนหลัง, และแผนรับมือเมื่อไฟดับ ออกแบบห้องโดยไม่เผื่อ mapping และ backup ตั้งแต่ต้น = แก้ทีหลังแพงและอาจเสียใบอนุญาต

7. Checklist ถามผู้รับเหมา / ซัพพลายเออร์ ก่อนเซ็นสัญญา

ให้ข้อมูลฝั่งซ้าย และยืนยันให้ได้ฝั่งขวาก่อนตัดสินใจ

ข้อมูลที่ต้องให้ผู้รับเหมา สิ่งที่ต้องขอรับ / ยืนยัน
ประเภทห้อง + อุณหภูมิเป้าหมาย (°C) Cooling load calculation ที่คำนวณจริง (ไม่ใช่กฎนิ้วโป้ง) เป็น kW
ปริมาณสินค้าเข้า/วัน (kg) + อุณหภูมิสินค้าขาเข้า Pull-down time จากอุณหภูมิห้องเริ่มต้นถึงเป้า (ชม.)
ความถี่เปิดประตู / จำนวนคน-รถยกที่เข้าออก Infiltration ที่เผื่อไว้ + air curtain/strip curtain หรือไม่
สภาพ ambient จุดติดตั้ง (อุณหภูมิสูงสุด ~38°C) สมรรถนะที่ ambient +38°C (ไม่ใช่ +25°C จาก catalog ยุโรป)
ประเภทสินค้า (อาหาร/ยา) + มาตรฐานที่ต้องผ่าน แผน temperature mapping + validation + เอกสารส่งมอบ
ความสำคัญของความต่อเนื่อง (เสียไม่ได้?) Redundancy / สำรองเครื่อง + ระบบ defrost (hot gas vs electric)
สารทำความเย็นที่ยอมรับได้ (GWP/นโยบาย) ชนิดน้ำยา + charge weight + แผนรองรับ phase-down

8. สิ่งที่ผู้ซื้อมักมองข้าม

Defrost: evaporator ในห้องเย็นเกิดน้ำแข็งเกาะตลอด ต้องมีระบบละลายน้ำแข็ง (hot gas หรือ electric) ถ้า defrost ออกแบบไม่ดี น้ำแข็งอุดครีบ evaporator → อุณหภูมิห้องเด้งขึ้น ค่าไฟพุ่ง

Door heater / strip curtain: ขอบประตูห้อง freezer เกิดน้ำแข็งทำให้ปิดไม่สนิท ต้องมี heater รอบวงกบ และม่าน strip/air curtain ลด infiltration

Ambient ไทย +38°C: เครื่องที่ spec ที่ ambient +25°C (มาตรฐานยุโรป) จะทำงานไม่ถึงเป้าในหน้าร้อนไทย — condensing temperature สูงขึ้น COP ตก ต้องให้ผู้ขายยืนยันสมรรถนะที่ ambient จริง

ค่าไฟตลอดอายุ > ราคาเครื่อง: ห้องเย็นเดิน 24 ชม. ทุกวัน ค่าไฟ 10–15 ปีมักสูงกว่าราคาเครื่องหลายเท่า ฉนวนหนาขึ้น + เครื่อง COP สูง + EC fan = ลงทุนเพิ่มตอนแรกแต่คืนทุนจากค่าไฟ

เอกสารนำเข้าน้ำยา: สารทำความเย็น HFC (เช่น R-449A) และ R-23/R-508B อยู่ภายใต้การควบคุม ต้องนำเข้าผ่านผู้มีใบอนุญาต DIW และมี SDS ภาษาไทย — ตรวจให้แน่ใจว่าผู้รับเหมาจัดหาน้ำยาถูกกฎหมาย

ปรึกษาทีมวิศวกร

การ spec ห้องเย็นที่ถูกต้องเริ่มจาก cooling load จริงและประเภทสินค้า ไม่ใช่ราคาต่อตารางเมตร — ส่งข้อมูลขนาดห้อง อุณหภูมิเป้าหมาย ปริมาณสินค้าเข้า/วัน และประเภทสินค้า มาทีมวิศวกรช่วยประเมิน load เลือกสารทำความเย็น และตรวจ spec ผู้รับเหมาให้ก่อนเซ็นสัญญา

แชร์:LINEFacebook
ดาวน์โหลดฟรี · ไม่ต้องรับสายขาย

รับเอกสารสรุปหัวข้อนี้เป็น PDF

บทสรุป + หัวข้อครบ + มาตรฐานอ้างอิง มีโลโก้ Saha แนบ memo/TOR ได้ทันที — ส่งเข้าอีเมลให้ด้วย

ใช้อีเมลเพื่อส่งเอกสาร + ติดต่อจากทีม Saha เท่านั้น · ไม่ส่งต่อบุคคลที่สาม

ปรึกษาฟรี · ใบเสนอราคาจริงภายใน 2 ชั่วโมง

อ่านแล้วมีคำถาม? ให้วิศวกรช่วย

บอกสิ่งที่อยากรู้สั้นๆ — วิศวกรสหวัฒนกิจช่วยเลือกสเปกที่เหมาะ พร้อมใบเสนอราคาจริง ไม่มีค่าบริการ

หรือติดต่อตรง:02-096-2118LINE: @406rrgvm
บริการที่เกี่ยวข้อง

ต้องการให้ทีมช่วยเหลือเรื่องนี้?

ทีมงานรับเสนอราคา + จัดส่ง + ติดตั้งครบวงจรในหัวข้อที่บทความนี้พูดถึง — ใบเสนอราคาฟรี ภายใน 2 ชั่วโมง

คำถามที่พบบ่อย

1

ห้องเย็น chiller, freezer, blast freezer ต่างกันอย่างไร?

+
Chiller room (ห้องเย็นธรรมดา) ทำงานที่ +2 ถึง +8°C สำหรับเก็บของสด ผัก ผลไม้ ยา/วัคซีน Freezer room (ห้องแช่แข็ง) ทำงานที่ −18 ถึง −25°C สำหรับเก็บอาหารแช่แข็งระยะยาวตาม Codex −18°C ส่วน Blast freezer เป่าลมเย็นจัด −35 ถึง −40°C เพื่อ 'ลด' อุณหภูมิแกนกลางสินค้าให้ผ่าน −18°C อย่างรวดเร็ว (ไม่กี่ชั่วโมง) — เป็นเครื่องลดอุณหภูมิ ไม่ใช่ห้องเก็บ ทั้งสามใช้สารทำความเย็นและความหนาฉนวนต่างกัน
2

ห้องเย็นโรงงานควรใช้สารทำความเย็นอะไร?

+
ห้องใหม่ในไทยส่วนใหญ่ใช้ R-449A หรือ R-448A (HFO blend, GWP ~1,390) ทดแทน R-404A เดิมที่ GWP สูง (3,922) สำหรับงานใหญ่ระดับคลังห้องเย็นอุตสาหกรรมนิยม R-744 (CO2) แบบ cascade/transcritical หรือ R-717 (แอมโมเนีย) ที่ประสิทธิภาพสูงสุดแต่ต้องมีห้องเครื่องและระบบความปลอดภัยเฉพาะ ส่วนตู้/ห้องขนาดเล็กแบบ self-contained อาจใช้ R-290 (โพรเพน) ที่ GWP ต่ำมากแต่ติดไฟได้ ต้องคุมปริมาณชาร์จตาม IEC 60335-2-89
3

คำนวณขนาดเครื่องทำความเย็นห้องเย็นเริ่มจากอะไร?

+
เริ่มจาก cooling load (heat load) ไม่ใช่ปริมาตรห้องอย่างเดียว ประกอบด้วย 4 ส่วน: (1) transmission load ความร้อนผ่านผนัง/หลังคา/พื้น (U×A×ΔT), (2) product load ความร้อนจากสินค้าที่ต้องลดอุณหภูมิ + ความร้อนแฝงตอนแช่แข็ง, (3) infiltration load จากการเปิดประตูและรั่วซึม, (4) internal load จากไฟ พัดลม คน รถยก รวมแล้วบวก safety factor 10–20% และเผื่อ pull-down time แล้วจึงเลือก compressor และสารทำความเย็น
4

ห้องเย็นต้องใช้ฉนวน PIR หนาเท่าไร?

+
ตามช่วงอุณหภูมิ: ห้อง chiller +2 ถึง +8°C ใช้ PIR/PU sandwich panel ประมาณ 75–100 มม., ห้อง freezer −18 ถึง −25°C ใช้ 100–150 มม., ห้อง blast หรือ −30°C ลงไปใช้ 150–200 มม. ค่า k ของ PIR ประมาณ 0.022–0.023 W/m·K ฉนวนบางเกินไปทำให้ค่าไฟพุ่งและเกิดหยดน้ำ/น้ำแข็งที่ผนัง ส่วนพื้นห้อง freezer ต้องมี floor heating กันดินใต้พื้นแข็งตัวดันพื้น (frost heave)
5

ห้องเย็นเก็บยา/วัคซีนต้องผ่านมาตรฐานอะไร?

+
ห้องเย็นเก็บยาต้องเป็นไปตาม GDP (Good Distribution Practice — WHO TRS 961 Annex 9 และ GDP ของ อย.) ซึ่งกำหนดช่วง +2 ถึง +8°C สำหรับ cold chain ต้องทำ temperature mapping พิสูจน์ว่าทุกจุดในห้องอยู่ในช่วง มี data logger บันทึกต่อเนื่อง มีระบบ alarm และ backup เมื่อไฟดับ/เครื่องเสีย และมีเอกสาร validation (IQ/OQ/PQ) ส่วนห้องเย็นอาหารใช้ HACCP/GMP + Codex (−18°C สำหรับแช่แข็ง)
เปรียบเทียบ — ตัดสินใจซื้อ

ตารางเปรียบเทียบที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

บทความ

Natural Refrigerant ในไทย 2026 — R-290 / R-600a / R-744 เลือกอันไหนคุ้ม

คู่มือเลือก natural refrigerant สำหรับ commercial + industrial ในไทย — R-290 propane, R-600a isobutane, R-744 CO2. Kigali Amendment compliance + safety class A3 + capex/OPEX comparison + Thai regulatory + supplier landscape

อ่าน
บทความ

VRF/VRV vs ระบบ Chiller (น้ำเย็น): เลือกระบบปรับอากาศโรงงาน–สำนักงาน–คลีนรูม + ขนาดโหลด + ประสิทธิภาพ + ข้อจำกัดน้ำยาตาม EN 378 สำหรับไทย

คู่มือผู้ซื้อ HVAC อุตสาหกรรม: เปรียบเทียบ VRF/VRV (น้ำยาไหลถึงห้อง) vs Chilled-Water Chiller (น้ำเย็น+AHU) → คำนวณ cooling load → ประสิทธิภาพ IEER/IPLV → ข้อจำกัดน้ำยา R-32 A2L ตาม EN 378 / ISO 5149 → checklist ถามผู้รับเหมา + โหลดคลีนรูม + ambient ไทย +38°C สำหรับโรงงานและสำนักงาน

อ่าน
บทความ

เลือกระบบทำความเย็นและน้ำยาสำหรับ Freeze Dryer / Lyophilizer — คู่มือผู้ซื้อเครื่อง Freeze Dry ในอุตสาหกรรมยา–อาหาร–ไบโอเทคไทย

วิธีเลือกระบบทำความเย็น (single-stage, cascade, hybrid) และน้ำยาที่ถูกต้องสำหรับ ice condenser ของเครื่อง Freeze Dryer / Lyophilizer: คำนวณ sublimation load → กำหนดอุณหภูมิ cold trap → เปรียบเทียบน้ำยา R-23/R-508B/R-449A → checklist ถามซัพพลายเออร์ สำหรับโรงงานยา อาหาร ไบโอเทคในไทย

อ่าน
บทความ

หอทำความเย็น (Cooling Tower) โรงงาน: เลือกชนิด + คำนวณ Range/Approach + ระบบบำบัดน้ำกัน Scaling/Legionella ตาม CTI/ASHRAE 188 สำหรับโรงงานไทย

คู่มือผู้ซื้อหอทำความเย็นอุตสาหกรรม: เปรียบเทียบ open-circuit vs closed-circuit, counterflow vs crossflow, induced-draft vs forced-draft → คำนวณ Range/Approach → บำบัดน้ำกัน Scaling/LSI, Corrosion, Biofouling, Legionella ตาม CTI ATC-105, ASHRAE Standard 188 สำหรับโรงงานในไทย

อ่าน